4 วิธีดึงหงส์แดงจากหล่ม

เหตุการณ์ของลิเวอร์พูลขณะนั้น หากเป็นคนไข้ติดเตียง อาการมีแต่ว่าทรงกับทรุด
แพ้ติดอยู่บ้านสองครั้งติดต่อกัน ทั้งๆที่ก่อนโดนสวอนซีบุกลูบคลำคมเมื่อวันเสาร์ หงส์แดงพราวด์ลี่ พรีเซนต์ พึงใจเสนอผลงานไม่มีพ่ายแพ้ในแอนฟิลด์ ยาวนานข้ามปี
เรื่องจริงวันนี้ไม่ตั้งใจเขียนถึงความพ่ายแพ้ที่จบทางไปเวมบลีย์ เพราะเหตุว่าไม่มีอะไรแปลกใหม่ จากที่พึ่งจะแพ้ในดาร์บี้แมตช์ของศึก "หงส์สองตัวอยู่สระเดียวกันมิได้"
แต่ว่าใจความสำคัญที่ว่ามันกำเนิดอะไรสังกัดลิเวอร์พูล จากชัยเพียงแค่ครั้งเดียวใน 7 เกมทุกรายการ ตั้งแต่แมื่อออกสตาร์ตศักราชใหม่ แถมเป็นการชนะหืดจับเหนือทีมต่ำดิวิชั่นกว่าจมหูอย่างพลีมัธ ผมมีความรู้สึกว่าทุกคนอาจจะพอเพียงมีคำตอบอยู่บ้างแล้ว
สำคัญกว่านั้นคือการระดมความคิดความสามารถหาทางออก เพราะเหตุว่าในเมื่อเหตุการณ์ชั่วร้ายมาถึงจุดนี้ พบร คล็อปป์ ควรถึงเวลาลงมือกระทำอะไรหรือยัง เพื่อเปลี่ยน และผลักทีมให้กลับขึ้นมาผงาดอีกรอบผมเก็บรวบรวมมาเป็นข้อๆเท่าที่พอเพียงจำได้ในห้วงยังเซ็งเป็ด เอ๊ย เซ็งหงส์
1. ฉีกแบบการเล่นทั้งระบบ สไตล์ และวิธีการให้แตกต่างจากแพทเทิร์นเดิมๆซ้ำๆตอนที่ยังมี ซาดิโอ มาเน่ ในสนาม
เพราะเหตุว่าจนกระทั่งขณะนี้ ผลงานชนะพลีมัธ เพียงแค่ทีมเดียวจาก 7 นัดหมาย และจำต้องใช้ช่องทางถึง 180 นาที เพื่อคว่ำทีมระดับลีก ทู นี้ได้ สะท้อนกระจ่างแจ้งว่าการขาดมาเน่ ทิ้งปัญหาใหญ่ขนาดเท่าหลุมจากระเบิดปรมาณูพบร คล็อปป์ รู้นานแล้วว่าเขาไม่มีผู้แทนมาเน่ แบบ like for like หรือมีสไตล์คล้ายๆกัน ไม่ถึงขั้นว่าจำต้องราวกับ มาเน่ทำให้เกมบุกของลิเวอร์พูล ภายใต้หมาก 4-3-3 จุดติดมาทั้งครึ่งฤดูแรก จากการเป็นตัวรุกริมเส้นที่ถ่างตัวเกาะติดออกจากตำแหน่ง และเปิดช่องให้ตัวสอดอย่าง อดัม ลัลลาน่า หรือ เนธาเนียล ไคลน์ ทะลุขึ้นมาดำเนินการจะดูได้ว่าตั้งแต่มาเน่ไม่อยู่ ลิเวอร์พูลไม่สามารทำลายโซนรับคู่แข่งขันให้ฉีกให้ขาด หรือแตกออกมาได้เลยพร้อมเพียงกันคือฟอร์มของลัลลาน่า รวมทั้งไคลน์ พากันหายเข้ากลีบเมฆไปด้วยเมื่อกึ่งกลางสัปดาห์กับนักบุญ คล็อปป์ยังดื้อรั้นยึดระบบนี้ แม้จะถอยลัลลาน่าลงมายืนในไลน์ของมิดฟิลด์ และขยับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ไปแทนตำแหน่งของมาเน่ โดยมี แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เป็นกองหน้าตัวเป้า
แต่ว่าตลอด 45 นาตอนแรก เกมของลิเวอร์พูลยังมืดบอด ไม่มีวี่แววจะเอาชนะแนวรับของเซาธ์หมูแฮมป์ตัน ที่มิได้ใช้คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักจากช่วงต้นฤดู อย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กับ โชเซ่ ฟอนเต้ ด้วย เพราะเหตุว่าการแก้แบบหนึ่งมักทำให้เกิดปัญหาอีกอย่างหนึ่ง หลายๆจังหวะปรากฏว่าฟีร์มีโน่หุบมาทับไลน์เดียวกับสเตอร์ริดจ์ ส่วนการขึ้นเกมทางขวายังบอดดังเดิม มิหนำซ้ำแบ็กขวายังเป็นดาวรุ่งอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ที่แม้เล่นได้ดีระดับหนึ่ง แต่ว่าเขาควรแบกความหวังในระดับไหน เป็นอีกกรณี
กระทั่งช่วงหลัง คล็อปป์ขยับตำแหน่งการยืนเป็น 4-4-2 ไดมอนด์ ฟีร์มีโน่กับสเตอร์ริดจ์เป็นคู่กองหน้า คูว่ากล่าวนโญ่เป็นหัวเพชร ถึงสามารถสร้างช่องทางได้เพิ่มมากขึ้น และควรมองเห็นสกอร์ขั้นต่ำๆ1-2 ประตู
เป็นอีกรอบต่อจากนัดหมายแพ้สวอนซีเมื่อสุดสัปดาห์ ที่คล็อปป์เลือกออกสตาร์ตด้วยแผน 4-3-3 และเมื่อไม่ได้ผลถึงค่อยคิดเปลี่ยน
กับสวอนซีจำต้องคอยให้โดนสองเม็ด ค่อยกระตุกความกระฉับกระเฉง ส่วนเกมนี้ ลิเวอร์พูลมิได้เริ่มด้วยผล 0-0 นะครับ แต่ว่าตาม 0-1 จากครั้งแรก แล้วทำไมถึงปลดปล่อยให้ตัวเองเหลือเวลาเพียงแค่ 45 นาทีในที่สุด
2. นอกเหนือจากความเคลื่อนไหวในสนามแข่งแล้ว สิ่งที่ยากกว่าคือ คล็อปป์บางทีอาจจำต้องปรับขั้นตอนการทำงานนอกสนาม

อย่างที่เฟอร์กี้เคยพินิจพิจารณาในช่วงซัมเมอร์ ว่าจากการเรียนรู้เกมนัดหมายชิงยูโรปา ลีก ระหว่างลิเวอร์พูล กับ เซบีย่า เขามองเห็นนักฟุตบอลหงส์แดงเหี่ยวปลาย เร่งไม่ขึ้นในช่วงหลัง
เหมือนกับ เรย์มงด์ แฟร์เฮเย่น ผู้ฝึกสอนด้านฟิตเนสที่ผ่านเวทีฟุตบอลโลกมาแล้วสามสมัย กับฮอลแลนด์, ประเทศเกาหลีใต้ และรัสเซีย รวมทั้งเคยเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวให้ เคร็ก เบลลามี่ ได้แสดงความเห็นกึ่งทำนายในสิงหาคมว่า สไตล์ทำทีมและการฝึกฝนที่เข้มข้นของคล็อปป์ จะมีผลให้ลิเวอร์พูลลำบากในช่วงครึ่งฤดูหลังนาทีนั้น เด็กหงส์บางบุคคลส่ายหน้าไม่เชื่อแต่ว่าหลังเกมกับเซาธ์หมูแฮมป์ตัน เจมี่ คาร์ราเกอร์ บอกว่าหนึ่งในปัญหาใหญ่ของหงส์แดง คือนักฟุตบอลดูล้า ขาไม่วิ่ง สปีดช้าลง และแพ้หลายครั้งขึ้นในการฉกฉวยบอลจังหวะสอง
เกมนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายๆนัดหมาย ที่มองเห็นนักฟุตบอลลิเวอร์พูลกลับมาใช้เกมเพรสซิ่งแบบเป็นหมู่คณะ ราวกับในระยะแรกที่คล็อปป์เข้ามาคุม และจัดว่าบีบคั้นทีมเยี่ยมได้พอเหมาะพอควร
แต่ว่าก็ทำแบบมาๆหายๆเป็นระยะๆไม่ต่อเนื่อง ราวกับจะบีบได้แล้ว แต่ว่าในที่สุดก็คลายออก ความฟิตของนักฟุตบอลจำต้องถูกเสนอคำถามว่าคล็อปป์รีดมันออกมาจนหมดถัง ไม่เหลือสักหยดแล้วหรือ 3. จงสารภาพเหอะว่าขุมกำลังชุดนี้ดีไม่พอจะประมือกับอีก 4-5 ทีมบนหัวตารางลิเวอร์พูลอาจมีทีม 11 ตัวจริงที่ดีไม่เป็นสองรองผู้ใดกัน แต่ว่าอย่างที่มองเห็นเมื่อเกมไปสู่ช่วงเข้าด้ายเข้าเข็ม และคล็อปป์แทบจะไม่ขยับสลับตัว หรือใช้โควตาเปลี่ยนแปลงช้าเกินไป แทนที่จะเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ออกสตาร์ตช่วงหลัง มันย่อมสะท้อนในทางหนึ่งว่า คล็อปป์บางทีอาจไม่เชื่อว่าผู้เล่นสำรองจะทำงานได้ดีมากกว่าคนที่อยู่ในสนาม
การซื้อนักฟุตบอลใหม่ในช่วงเดือนมกราคม บางทีอาจไม่ใช่รสนิยมส่วนตัวของคล็อปป์ และเขาก็มีส่วนเหมาะสมว่ามันมิได้หาซื้อกันง่ายๆราวกับที่คนจำนวนไม่น้อยคิด ด้วยเหตุหลายสิ่งหลายอย่าง
แต่ว่าถึงงั้นก็ใช่ว่าของดีจะไม่มีให้สอยมาเสียเลย เอฟเวอร์ตันได้ มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน ไปเสริมดินแดนกึ่งกลาง บางครั้งบางคราวเงื่อนไขบางข้อ ของดีราคาไม่แพงเกินไปก็รออยู่ในตลาด
เวลาที่เหลืออีกไม่กี่วันก่อนตลาดวาย ยังพอเพียงทันให้คล็อปป์มองหาตัวเลือกใหม่ๆมาช่วยปั๊มหัวใจหงส์ที่เริ่มจะแผ่วเบาลง ดีมากกว่าปลดปล่อยให้ตายไปซึ่งๆหน้า
4. ทำทุกอย่างดังเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น นับวันคอยที่กำลังจะได้ ซาดิโอ มาเน่ กลับมาช่วยทีมจากการไปออกศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพมิได้ประชดประชันนะครับ และผมอาจจะไม่ใช่แฟนหงส์คนเดียวที่รอเช็กผลของเซเนกัล ด้วยใจอยากให้ตกรอบแต่ว่าก่อนเวลาเลยด้วย ความหวังหรืออีกนัยเรียกว่าแช่ง พังทลายตั้งแต่ผ่านสองครั้งแรก เพราะเหตุว่าเซเนกัลปัดกวาด 6 แต้มเต็ม แถมมาเน่มีชื่อทำคะแนนได้ทั้งสองเกม
ผ่านเข้ารอบไปแบบสบายๆตระเตรียมเจอกับ "หมอปราบผี" แคเมอรูน ในรอบก่อนรองฯ วันเสาร์นี้ ดูตามหน้าเสื่อ เซเนกัลเหนือชั้นกว่าอยู่ดี มีสิทธิ์อยู่ยาวข้ามถึงก.พ.

18 พ้อยท์ที่หายไปของ เป็ด

แล้วสิ่งที่ชาวหงส์หวาดผวาก็ยังคงเกาะกัดความรู้สึก กลุ่มที่มีชื่อเสียงว่าเป็น ''แชมเปี้ยน'' ในกรุ๊ปท็อปเซเว่นโดยไม่เคยแพ้เลย ก็ยังมักจะต้องตกอยู่ใต้เครื่องหมายคำถามว่าเพราะอะไรถึงเร่งสปีดไม่ขึ้นประจำยามปะทะกลุ่มกรุ๊ปด้านล่างของตาราง มันไม่ใช่หนแรก ครั้งสอง ครั้งสาม แต่มันหลายหนมากๆมีเสียงโห่เล็กๆถึง จอร์แดน ไอบ์ (What?) มีเสียงสดุดีถึง ดิว็อค โอริกี้ ทันทีที่พุ่งขวิดจ่อๆให้ลิเวอร์พูลแซงนำ มีเสียงพร่ำบ่นหนักแน่นถึงแท็กติกของ พบร คล็อปป์ อีกคราว ซึ่งจัดได้ว่าเป็นเหตุผลสำคัญเลยที่ทำให้เกมลงเอยด้วยการเสมอ โยนชัยทิ้งที่แอนฟิลด์
''คูว่ากล่าวนโญ่ป่วยไข้ตอนพักครึ่ง ผมเลยจะต้องเปลี่ยนออก มันเกิดเรื่องที่ต้องทำ'' ชายผู้สวมแว่นตาทรงกลมตอบเรื่องที่น่าสงสัย แม้กระนั้นก็ยังมีคนไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรจะต้อง โฌแอล มาว่ากล่าวป เพราะอะไรจะต้องปรับมาตึงเกมรับด้วยสามเซนเตอร์ฮาล์ฟ เพราะอะไรไม่ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ไม่ เบน วู้ดเบิร์น หรือ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ นี่บอร์นมัธ ไม่ใช่บาร์เซโลน่า…
''โอเค ผมแค่มองว่าบอร์นมัธมีกองหน้าสองคนที่มีความเร็ว ระหว่างที่ แดเนียล (สเตอร์ริดจ์) พึ่งหายมาอาจยังไม่เหมาะกับเกมจำพวกนี้ ผมเลยเลือกแท็กติกอย่างงั้น'' ฟังแล้ว กลายเป็นผลึกเหมือนกันมั้ย
1. การที่เปลี่ยนมาใช้ข้างหลังสามด้วยการถอดนักฟุตบอลที่ฝากความปรารถนาได้มากสุดออกตั้งแต่นาที 65 ซึ่งเวลาที่เหลือขนาดนั้นยังไงก็นำเอาการเสี่ยงที่จะเสีย โดยเฉพาะยิ่งเมื่อพิเคราะห์จากความแน่นแฟ้นของเกมรับลิเวอร์พูลก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
2. หากสเตอร์ริดจ์ไม่เหมาะกับ ''เกมอย่างงี้'' ก็ไม่ควรใส่ชื่อเอาไว้ด้วยทุกสิ่ง เนื่องด้วยมันราวกับทำข้อสอบแล้วนึกไม่ออกก็วงเดาๆไป
3. ในระหว่างที่โดน 2-2 ถึงท้ายเกมแต่เวลาก็ยังพอเพียงคงเหลืออยู่รวมทดเจ็บก็อย่างน้อย 7 นาที เพราะอะไรขอรับ เขาถึงอาจนิ่งที่จะปรับแก้เหตุการณ์ มีสิ่งใดดลใจให้เชื่อว่าผู้เล่นที่อยู่ในสนามจะสามารถพังประตูที่สามได้
ซีซั่นนี้เว้นเสียแต่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดแล้ว สังเวียนของกลุ่มท็อปเซเว่นก็ล้วนทำให้กองเชียร์บอร์นมัธเดินทางกลับไปอยู่บ้านที่ดินแดนใต้ด้วยความชอกช้ำระกำใจมาตลอด แพ้ 4-0 ที่เอว่ากล่าวฮัด, 3-1 ที่เอมิเรตส์, 3-0 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และก็ 6-3 ที่ฉันดิสัน พาร์ค ด้วยเหตุผลดังกล่าวแล้วด้วยประการทั้งปวง ลิเวอร์พูลควรเก็บสามแต้มให้ได้กับ ''เกมอย่างงี้'' การบาดเจ็บของ ซาดิโอ มาเน่ ส่งผลเสียแน่นอนฤดูกาลนี้พวกเขาไม่เคยกำชัยได้เลยยามไร้สตาร์คนเก่งกลุ่มชาติเซเนกัล (เสมอ 2 แพ้ 2) แม้กระนั้นด้วยทรงของเกมอย่างคืนวันพุธ ด้วยความที่ครึ่งหลังลงมาเร่งเครื่องจนกระทั่งบดออกนำไปเป็นระเบียบ หากรักษาสกอร์ไม่ได้ ก็จะต้องซ้ำๆเพิ่ม แต่สมาคมสีแดงที่เมอร์ซี่ย์ไซด์ทำไม่ได้สักอย่าง อีกอย่างหนึ่งการสันนิษฐานว่ากลุ่มของคล็อปป์มักแพ้ทางพวกมาอุด แต่นี่ไม่ใช่ บอร์นมัธภายใต้ผู้ฝึกสอนวัยรุ่น เอ็ดดี้ อาว มาแอนฟิลด์ด้วยการวางระบบ 4-4-2 มี โจชัว คิง กับ เบนิค อโฟเบ้ ยืนหัวหอก พวกเขามานะเซตเกมรุกบนพื้นสู้ แม้อาจมีบ้างที่รอคว้าความบกพร่องเข้าจู่โจมดั่งดังเช่นว่าลูกแรกที่ทำเป็น นี่ก็ไม่ใช่หนแรกที่เกิดอะไรอย่างงี้
วันเสมอซันเดอร์แลนด์ 2-2 ที่สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ก็ถูกทีเด็ด พบร์เมน เดโฟ นาที 84 ต่อมาเสียทีคารังต่อสวอนซี 2-3 ทั้งๆที่อุตสาห์ฮึดราวกับกลับมาได้แล้วและก็แน่ๆที่เดอะ ค็อปอาจจำฝังใจก็คือเกมแรกที่เยือนบอร์นมัธต้นธ.ค. คำถามคือเพราะอะไรคุณถึงเก่งจังกับกลุ่มใหญ่ แต่มักป้อแป้กับกลุ่มเล็ก???? พวกเขาเอาชนะคู่แข่งขันกรุ๊ปท็อปเซเว่นได้ถึง 7 เกมจาก 12 แต่รู้มั้ยขอรับว่าสถิติกับการเผชิญหน้าพวก 8 กลุ่มด้านล่างของตารางลงไปเป็นอย่างไร 21 แต้มจาก 39 แต้มเต็ม หรือ 21 แต้มจาก 13 นัดหมาย ใช้สมองน้อยๆคำนวณเท่ากับว่ามีถึง ''18 คะแนนที่หายไป''ฤดูกาลนี้แพ้มาหมดแล้วตั้งแต่เบิร์นลี่ย์, บอร์นมัธ, สวอนซี, ฮัลล์ จนกระทั่งเลสเตอร์ ซิตี้ หากพอเพียงพบเชลซี, ท็อตแน่ม, แมนฯ ซิตี้, อาร์เซนอล, แมนฯ ยูไนเต็ด จนกระทั่งเพื่อนฝูงข้างสวน เอฟเวอร์ตัน แทบจะชูขันหมากอัญเชิญให้รีบมาพบเลยบอลมักมีอะไรแปลกๆเสมอ คล็อปป์ควรเคลื่อนสายตามองสเปอร์สซึ่งกำลังบีบคั้นเชลซีไม่ลดละ การที่พวกเขาโกงความตายมาได้อย่างเมื่อวันพุธ ตอกย้ำว่าเพราะอะไรสองปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ถึงนำเอามาตรฐานวนเวียนบนหัวตาราง ต่อให้ท้ายซีซั่นก่อนอาจออกลูกสะดุดหัวคะมำก็ตาม พวกเขาแพ้ 3 เกมแค่นั้นให้กับลิเวอร์พูล, เชลซีและก็แมนฯ ยูไนเต็ดใช่ขอรับ เป็นเรื่องปกติที่ทำความเข้าใจกันได้ แต่เมื่อถึงแมตช์ที่จะต้องชนะก็ชนะ ขุนพลตราไก่ของ เมาริซิโอ โปเช็ตว่ากล่าวโน่ ปัดกวาดไป 32 แต้มจาก 12 เกมยามพบกรุ๊ป 8 กลุ่มข้างล่างของตาราง โดยทำตกหายไปแค่ 4 แต้ม… ผมเคยเขียนไปก่อนแล้วว่าหากออกทรงนี้ สู้มีผลงานกลางก็ได้เมื่อพบกลุ่มใหญ่ แล้วแบ่งอะดรีนาลีนพลุ่งพล่านไปใส่กับกลุ่มที่เหลือ มิฉะนั้นก็จะต้องมานั่งบอกเล่าความทุกข์กัน เพราะกลุ่มเล็กมีมากมายกว่า
จุดต่อมา ซีซั่นนี้พวกเขาเสียประตูจากเซตพีซไป 11 จากทั้งผอง 39 ? ซึ่งแม้กระทั้งแมนฯ ซิตี้ที่โดนวิจารณ์เรื่องความอ่อนฮวบเกมรับ หรืออาร์เซนอลก็ตาม ยังมีสถิติที่ดีกว่าด้านนี้ นี่นับว่าเป็นอีกสิ่งที่ผู้ใดก็ช่างมาเจอก็ชอบฝึกฝนลูกตั้งเตะมาคอยเล่นงาน เนื่องด้วยคล็อปป์นิยมให้ผู้ร่วมทีมคุมโซนมากยิ่งกว่าเกาะติดคน
ก่อนนี้มีการกางเทียบผลงานของ เบรนดินแดน ร็อดพบร์ส กับคล็อปป์ ซึ่งก็แทบจะไม่ต่างอะไรกัน อย่างไรก็ดีก็มีคนชูใจความสำคัญว่าความสามารถของกลุ่มวัดกันตรากตรำ เพราะยุคก่อนมีบ่าสองข้างของ หฝ่าส์ ซัวเรซ ที่แบกภาระทั้งหมดทุกอย่างของกลุ่ม มาถึงยุคนี้แบ่งภาระหน้าที่กระจายมากยิ่งกว่ายังไงก็แล้วแต่ ลิเวอร์พูลเป็นสมาคมที่ผูกติดความสำเร็จเสมอมา

พวกเขาอาจไม่เคยไปถึงโทรฟี้พรีเมียร์ลีก แต่ก็ทำเป็นใกล้เคียงมา 2-3 ครั้งตั้งแต่สมัย ราฟา เบนิเตซ มาถึงร็อดพบร์ส ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มที่มีการพรีเซนเทชั่นแบบอย่างแจ่มชัด มีผู้เล่นที่เรียกได้ว่าเป็นตัวดารานำชายระดับทวีป
คูว่ากล่าวนโญ่, ฟีร์มีโน่ และก็มาเน่ ไม่ใช่ไม่เก่ง แต่เชื่อว่าสาวกหงส์เองก็ย่อมตราตรึงกับกลุ่มที่มี เฟร์นานโด โคนร, สตีเว่น พบร์ราร์ด, ชาบี อลอนโซ่, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ เช่นเดียวกับกลุ่มที่นำโดยหัวหอกฟันเหยินหมายเลขเจ็ด
ซัมเมอร์นี้คล็อปป์ประกาศแล้วว่าซื้อแน่…ผมเอาคำถามเดียวกันนี้คุยกับเดอะ ค็อปก่อนเกมวันพุธ มีอยู่คนพูดน่าตกใจอย่างงี้ขอรับ ''ผมต้องการเห็นทีมซื้อ 6 คน เราจะต้องเปลี่ยนใหม่และก็มีตัวสำรองตอบแทน ผู้รักษาประตู เซนเตอร์ฮาล์ฟ แบ็กซ้าย กองกลาง ตัวขอบเส้น และก็กองหน้า''
ความน่าจะเป็นที่จะเห็นผู้ฝึกสอนที่ลุ่มหลงเพลงเฮฟวี่ทุ่มชูแผง จ่ายหนักๆก็น่ารู้ว่ามีแค่ไหนกัน ต่อมาหากติดตามบทสัมภาษณ์ของเขาตลอดก็น่าจะทายใจจิตใจได้ไม่ยากว่าเขาเองก็พอใจต่อกลุ่มที่มีพอเหมาะ ด้วยเหตุผลดังกล่าวแล้วจังหวะที่จะซื้อกี่คน ใช้งบเท่าไหร่ก็อาจขึ้นอยู่กับว่าท้ายที่สุดจบชั้นเท่าไหร่ในตาราง
โปรแกรมที่เหลือจากนี้อีก 7 เกม : สโต๊ค, เวสต์บรอมวิช, พาเลซ, วัตฟอร์ด, เซาธ์หมูแฮมป์ตัน, เวสต์หมูแฮม และก็โบโร่
หากเป็นคอนเต้หรือโปเช็ตว่ากล่าวโน่ก็อาจลูบคลำปาก ทว่านี่เป็น ''ของแสลง'' สำหรับลิเวอร์พูลศักราชนี้ แน่ๆก็นับว่าเป็นเจ็ดเกมที่จะชี้ขาดผู้ฝึกสอนอย่างคล็อปป์ด้วยว่า ภายหลังจากได้คุมเต็มกำลังผ่านมาหนึ่งฤดูกาลควรให้เกรดที่เท่าไหร่กัน 18 แต้มที่หายไป… ต้องอุตริฝันน้ำลายเยิ้มว่าเก็บได้หมดเลย เอาแค่ครึ่งเดียวจากนั้น เพราะหากทำเป็นปัจจุบันลิเวอร์พูลจะอยู่ที่สองตามหลังจ่าฝูงเชลซีเพียงแค่ 3 แต้ม

การแข่งขันนัดยิ่งใหญ่FA Cup

บิ๊กแมตช์แมตช์สำคัญ ของเอฟเอ คัพรอบก่อนรองชนะเลิศอยู่ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์
การกลับมาเยือนถิ่นเก่าของ โชเซ มูรินโญ น่าจะสร้างการปรากฏข่าวได้อีกคราวหลังจากช่วงก่อนในลีกนั้น เขาแพ้เชลซียับเยิน แต่เท่ียวนี้มาในแบบฉบับที่กลุ่มปรับนิสัยได้ดีขึ้นกว่าทีแรกๆที่เขาเริ่มปฏิบัติงานกับแมนฯยูไนเต็ด
การไม่แพ้ผู้ใดกันแน่ในลีกโดยตลอด ผลงานในสนามดีขึ้นแม้ตารางคะแนนไม่ขยับแต่เชื่อว่าเกมของแมนฯยูฯ ดีมากยิ่งกว่าเดิม

ปัญหามีเพียงแค่เรื่องเดียวที่กำลังรอคอยการพิจารณานั่นคือ…ไม่มี สลาตัน อิบราฮิโมวิช แล้วจะเป็นยังไง

เชื่อว่าเกมนี้…น่าจะเป็นที่ มูรินโญ ตัดสินใจโรเตชั่นนักเตะอีกหลายตำแหน่งอยู่เช่นกันครับ เพราะเหตุว่าจุดมุ่งหมายอย่างยูโรปา ลีก จัดว่าใกล้รอบก่อนรองชนะเลิศเข้าไปทุกที ผลเสมอกับรอคอยสคโคนฟ แบบมีสกอร์กลับไปอยู่ที่บ้านช่วยได้มากมาย

ปัญหาอยู่ที่การลงแข่งตลอดอย่างงี้และไม่มีดาวยิงตัวเก่งที่เป็นเสาหลักของกลุ่มปีนี้ลงไปในสนาม

มูรินโญ จะขจัดปัญหาออกมาแบบไหน

ส่วนทางด้านเชลซีติดลมบนกับผลงานในลีก ช่องว่าง 10 คะแนนของกลุ่มคอนเต้ และคนตามก็สลับกันสะดุด ทำให้ไม่มีกลุ่มไหนใกล้พวกเขาได้ใกล้กว่านี้ ระยะห่างกำลังประจวบเหมาะเมื่อเหลืออีก 11 นัดหมายในซีซั่น

เกมเอฟเอ คัพ น่าจะเป็นอีกเกมหนึ่งที่พวกเขาสามารถเล่นด้วยความแน่ใจได้

ว่ากันถึงเชลซีเจ้าถิ่นก่อนครับ….

นัดหมายนี้ คอนเต้ บางทีอาจปรับสองสามตำแหน่งตามสไตล์ของเขา ช่วงนี้นักข่าวอังกฤษเองก็ไม่เชื่อว่า จอห์น เทอร์รี ที่ลงไปในสนามเฉพาะเอฟเอ คัพ จะมีส่วนร่วมกับเกมนี้ เพราะเหตุว่าแมตช์นี้เกมใหญ่ เจอแมนฯยูฯ

แต่ถ้าเกิดเขาได้ลงไปในสนาม…จำต้องยกนิ้วให้ คอนเต้ เลยว่า ใจกล้าจริง

ดินแดนกลางถ้าเกิดจะปรับ…คงเป็น มาตำหนิช กับ เชสก์ ฟาเบรกาส ที่พักหลังยึดตัวจริงกลับมาได้ ใครคนหนึ่งจำต้องเล่นกับ กองเต้ ส่วนข้างหน้า วิลเลียน กับ เปโดร จำต้องแย่งกันลงไปในสนาม เพราะเหตุว่า อาซาร์ กับ คอสต้า ยืนด้วยกันอยู่แล้ว

โดยเหตุนี้ตัวเลือกของ คอนเต้ ในเกมนี้หมายถึงเทอร์รี ลงหรือไม่ลงตัวจริง ดินแดนกลาง มาตำหนิช หรือ เชสก์ ข้างหน้า เปโดร หรือ วิลเลียน พอๆกับว่า 3 ตำแหน่งที่ คอนเต้ จะเลือกใช้เล่นกับแมนฯยูไนเต็ด ในเกมบิ๊กแมตช์เอฟเอ คัพ

นอกเหนือจากนั้นอย่างเดิม…

ส่วนทางฝั่ง มูรินโญ คงจำต้องคิดหนักว่าจะเลือกผู้ใดกันแน่เล่นกองหน้าแทน อิบรา……เวย์น รูนีย์, มาร์คัส แรชฟอร์ด หรือเล่นด้วยกันเลย และนั่นจำต้องปรับมองว่ากลางเกื้อหนุนเกมอีกสองคนจะเป็นผู้ใดกันแน่ ถ้าเกิดคู่นี้ลงไปในสนามพร้อม

มคิทาร์ยาน, มาต้า, มาร์กซิยาล ต้องมีคนนั่งมองหนึ่งคนละขอรับอย่างงี้ หรือกึ่งกลางใช้ ป๊อกบา, เอรรา ไม่รวม คาร์ริค อีกคนหนึ่ง ถ้าเกิดมองจากแนวทางการทำงานขอว มูรินโญ เขาคงจำต้องสลับนักเตะใช้งานอยู่แล้ว

มีเกมยูโรปา ลีก รออยู่ วันที่ 16 เดือนมีนาคม นัดหมายชี้ชะตาการเข้ารอบ

นี่คือเกมที่ มูรินโญ จำต้องตัดสินใจเลือกใช้ 11 คนแรกเพื่อชนะเชลซีแล้วเข้ารอบรองชนะเลิศบอลเอฟเอ คัพ

ถ้าเกิดให้ทายใจหัวใจครับ….แนวรับ วาเลนเซีย, เอริก ไบยี, มาร์กอส โรโฮ และ ดาลีย์ บลินด์ ดินแดนกลาง เอรรา, ป๊อกบา และน่าจะเป็น คาร์ริค ข้างหน้า แรชฟอร์ด, มคิทาร์ยาร์น, มาร์กซิยาล และ มาต้า มีนั่งหนึ่งคนจากสี่ตัวรุก

มู น่าจะจัดแบบ 4-3-3 วัดกันไปเลย

ประเด็นมันคือว่า…มูรินโญ จำต้องอ่านไต๋ของ คอนเต้ ว่าเกมนี้จะวางแทกตำหนิกแบบไหน เพราะเหตุว่าพักหลังเชลซีย้ำการเล่นแบบแทกตำหนิกล้วนๆบางเกมหันมารับรอคอยสวนอย่างล่าสุดที่เจอกับเวสต์หมูแฮม ลูกโต้กลับของ อาซาร์ ชัดเลย

เข้าง่ายๆและไม่ต้องยากลำบากกับการเปิดเกมบุกแหลก

นัดหมายนี้ คอนเต้ เจอกลุ่มใหญ่เช่นกัน เพศผู้เล่นแตกต่างกันไม่มากมาย โค้ชก็ความสามารถเสมอกันอย่างงี้เขาน่าจะวางแผนรัดกุม เดินเกมตามสเตป ไม่ผลุนผลัน ทรหดอดทนรอคอยได้ ย้ำการโจมตีเร็ว พูดอีกนัยหนึ่ง บุกได้ก็บุกขึ้นไป

วิงหามสองฝั่งพร้อมเพิ่ม… ถ้าเกิดบุกไม่ได้ ย้ำเซตบอล เพลย์เซฟ เชื่อว่า มูรินโญ น่าจะอ่านไต๋ของ คอนเต้ ออก เขาคงเล่นเหมือนกัน คือย้ำความแน่นอนในการเซตบอล หาช่องเข้าทำ ประเด็นคือเชื่อว่า…

การเซตบอลสู้กันคงไม่แตกต่างกันมากมายในดินแดนกลาง อาจมีจังหวะส่งบอลพลาด โดนตัดบอลได้เกิดขึ้น คราวนี้อยู่ที่ความแม่นในการโจมตีแล้วละครับ เชื่อว่า เกมออกมาใกล้เคียงกันราวนี้ ขึ้นกับจังหวะเข้าทำ

ถ้าเกิดวัดกันถึงเกมรุกแล้วละก้อ….

เทียบเคียงกันช่วงนี้โอเคแนวรุกของเชลซีมองน่าขนลุกกว่า เพราะเหตุว่าทั้ง คอสต้า และ อาซาร์ พร้อมลงอาญาแนวรับแมนฯยูฯ ตรงกันข้ามเกมนี้ไม่มี อิบรา ลำพัง แรชฟอร์ด หรือถ้าเกิดเป็น รูนีย์ ดูแล้วอ่อนล้าในการทะลายเกมรับเชลซี

แต่ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นได้ยาก

จะว่าไป….ดาวิด ฝ่าส์, อัสปิลิกวยต้า และ เคฮิลล์ มีจุดอ่อนอยู่ โดยเฉพาะ ฝ่าส์ กับ เคฮิลล์ นั้นออกจะช้านะ ถ้าเกิดเทียบกับ แรชฟอร์ด ราวอย่างงี้ เชื่อว่า มูรินโญ ไม่น่าจะส่ง รูนีย์ ลงไปในสนาม ถ้าอยากได้ทลายเกมรับเชลซี

มาร์กซิยาล, มาต้า ตัวรุกที่มีความคล่องตัว มีความเร็ว น่าจะสบโอกาสมากกว่า รูนีย์ สิ่งที่เป็นปัญหานั้นก็คือ ป๊อกบา จะเล่นเกมรุกกับผู้ใดกันแน่เมื่อไม่มี อิบรา นี่ก็สำคัญ เพราะเหตุว่า ป๊อกบา ไปอีกสเตปหนึ่ง แต่เขาจำต้องเล่นกับนักเตะที่รู้เท่าทันเขาด้วย

แม้จะโดนแฟนบอลล้อเลียน….แต่ผมมองอีกแบบหนึ่งขอรับ

ป๊อกบา เก่งจริง …เพียงแต่แวดล้อมข้างกายของเขามันไม่ถึงระดับที่เขาเล่นที่ตูริน ที่ตรงนี้ก็สำคัญ ถ้าเกิดไม่ติดเรื่องค่าตัวแพงๆของเขา ผมว่า ไม่น่าจะมีอะไรไปสงสัยถึงฟอร์มการเล่นของ ป๊อกบา

ยังไงเขาไม่ใช่ เมสซี ไม่ใช่ ซัวเรส หรือ พวกปั้นเกม เขาคือตัวทะลุทะลวงที่ดีจากดินแดนกลาง แต่ต้องมีส่วนประกอบมาช่วยไง

ดูแล้วถ้าเกิด…มูรินโญ สามารถโจมตีความช้าของแนวรับเชลซี เล่นตรงสามเซนเตอร์นี่แหละ ไม่ต้องปีก เพราะเหตุว่าวิงหามสองข้างเชลซีชั่วโมงนี่จัดจ้านมากมายทั้งรับและรุก ว่ากันตรงๆเล่นบอลทางลึก แต่กลับหัวข้างตามจังหวะ ไม่ใช่มุ่งเน้นทางนั้น

เชลซีเอง…โจมตีข้างๆเพราะเหตุว่าวิงหามก็จริง แต่บอลแนวลึกW88ทางลึกเจาะด้านในไม่ธรรมดา อาซาร์, เปโดร, เชสก์ พร้อมเพิ่มขึ้นไปเล่นได้ตลอดเวลา ที่ตรงนี้ มูรินโญ ก็จำต้องมองเห็น และถ้าจะย้อนกลับมาใช้พื้นที่ข้างๆเป็นตัวหลอกแล้วเจาะใน ได้ลุ้น
เซตพีสละครับริษัท…ไม่น่าไม่เหมือนกันเยอะแค่ไหนนักสำหรับคู่นี้ การปกป้องนับว่าทำใช้ได้เสมอกันขอรับ พลาดกันยากสำหรับการเล่นเซตพีส
ตามหน้าเสื่อเชลซี ดีกว่า เล่นในบ้านด้วย ฟอร์มในลีกด้วย แต่นี่คือเอฟเอ คัพ ถ้าเกิดแทกตำหนิกของ มู ลงลอค บอลนัดหมายเดียวแพ้ตกรอบ เกิดมาหลุดฟอร์มเฉพาะหน้าแฟนคลับตัวเอง นัดหมายนี้เชลซีก็ตกรอบได้ ผมเชื่อว่า บอลคู่นี้ไม่แตกต่าง

ความเป็นกลุ่มใหญ่….มูรินโญ และ คอนเต้ ต่างรู้ดีว่ามันคือเกียรติ

ไม่สมควรแพ้…หรืออย่างน้อยที่สุดมันจำต้องเต็มกำลัง ไม่ปล่อยให้อีกฝั่งหนึ่งคอนโทรลอะไรได้หมดทั้งเกมแน่ๆ

ผมยังเชื่อว่า 50-50 ขอรับ ไม่มีเอียงฝั่งใด ได้โอกาสเสมอกันหากว่า แมนฯยูฯแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ก  จะไม่มี อิบราฮิโมวิช ค้ำดินแดนหน้าแต่ ไม่ใช่ว่าอันตรายน้อยลง บางทีอาจจะขาดตัวแมตช์ วินเนอร์ แต่บอลอยู่ด้วยระบบ และมูรินโญ จำต้องพิสูจน์ในเกมนี้

ว่าบอลของเขาย้ำระบบมากว่าตัวบุคคล

ถ้าเกิดผ่านเชลซีเข้ารอบรองชนะเลิศ….มันเพียงพอมองเห็นความเจริญก้าวหน้าในแนวทางการทำงานขอว มูรินโญ อยู่มากมายครับ คนจำนวนไม่น้อยถาม…ฟันธงเลยขอรับ
 

 

 

โจเซ่ มูรินโญ่เซงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสังเวย มิคกี้,คาร์ริค เข้ารอบยุโรป้า 32 ทีม

จ่ามู กุนซือฝีปากกล้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คาดว่าเขาจะหมดสิทธิ์ลงสนามเฮนริค มคิทาร์ยาน กับ ไมเคิล คาร์ริค ในเกมนัดชิงอีเอฟแอล คัพ กับ เซาแธมป์ตัน ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้โดยทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บในเกมเยือน แซงต์-เอเตียน ในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายเมื่อคืนที่ผ่านมา

 

เฮนริค มคิทาร์ยาน และ ไมเคิล คาร์ริค ได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ระหว่างเกมการลงเล่นก่อนสุดท้ายจะโดนเปลี่ยนตัวออกไปในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายกับ แซงต์-เอเตียน ผลปรากฏว่า ผีบุกไปชนะด้วยแต้ม 1-0 ผลสกอร์ร่วม 4-0 ผ่านเข้ารอบต่อไป

 

''ผมไม่ได้ยืนยันนะ แต่ผมคิดว่าพวกเขาไม่น่าจะไหว''

จ่ามู ให้กําลังใจรานิเอรี่หลังโดนเลสเตอร์ ซิตี้ปลด

 

จ่ามู นายใหญ่ฝีปากกล้าของ แมนยู ออกมาให้กําลัง เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือของเลสเตอร์ ที่เพิ่งโดนปลดไป

เลสเตอร์ เพิ่งประกาศไล่ออกเคลาดิโอ รานิเอรี่ออกจากการเป็นผู้จัดการทีมเมื่อคืนที่ผ่านมา

โดย  มูรินโญ่ ได้โพสต์ให้กําลังใจ รานิเอรี่ เมื่อทราบข่าวว่าเขาโดนปลด ''ไม่มีใครลบประวัติศาสตร์ที่นายเขียนขึ้นมาได้ แชมป์พรีเมียร์ และ ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า''

แฟนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด!เสี่ยหมู หายเจ็บกลับมาลงสนามซ้อมแล้ว

เวย์น รูนีย์ กัปตันของทีมแมนยู หายจากอาการบาดเจ็บลงฝึกซ้อมได้อีกครั้ง ก่อนจะบุกเยือน แซงต์ เอเตียนในศึกยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีม นัดสอง

 น้ามู ผู้จัดการของทีมเผยก่อนหน้านี้ ว่าเขาไม่แน่ใจว่า หัวหอกวัย 31 ปี จะกลับมาฟิตทันนัดชิงชนะเลิศของถ้วยอีเอฟแอล คัพ หรือไม่ หลังจากที่นักเตะได้รับบาดเจ็บ ทำให้ไม่ได้ลงเล่นตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

นับเป็นข่าวดีอย่างยิ่งของแมนยู ที่ล่าสุด หัวหอก ทีมชาติอังกฤษ หายจากอาการบาดเจ็บสามารถลงซ้อมได้แล้ว ซึ่งอาจมีชื่อเป็นผู้เล่นในเกมยุโรปวันพฤหัสบดีนี้

พบข้อความไล่ เจ๊ในงานประท้วง”ทรัมป์”

มีรายงานแผ่นภาพปรากฏข้อความขับไล่ เจ๊ นายใหญ่ของอาร์เซน่อล ในงานเดินขบวนประท้วง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในประเทศอังกฤษ

 

เวนเกอร์ โดนกระแสขับไล่อย่างหนักจากผลงานที่พาปืนใหญ่บุกไปโดนบาเยิร์น มิวนิคถล่มยับมา 1-5 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

 

แม้เกมล่าสุดพวกเขาจะผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเอฟเอ คัพไปได้ด้วยการชนะ ซัตตัน ยูไนเต็ด ไป 2-0 แต่ก็ไม่ได้สร้างความประทับใจให้สาวกปืนใหญ่แต่อย่างใด

 

โดยในงานประท้วง ทรัมป์ ในประเทศเมืองผู้ดีกับพบแผ่นภาพปรากฏข้อความขับไล่ อาร์แซน เวนเกอร์ มาด้วยสร้างความประหลาดใจให้ผู้พบเห็น

อีสเซลิค ผิดหวังโอ้เหมือนไม่อยากเล่นให้นีซ

วาเลนติน อีสเซลิค กองกลาง นีซ เผยผิดหวังกับพฤติกรรมของ มาริโอ บาโลเตลลี ที่ดูเหมือนไม่อยากลงเล่นช่วยทีม
เกรียนโอ้ ป่วยเป็นหวัด จึงไม่มีชื่ออยู่ในนัด เมื่อคืนนี้ที่เสมอกับแรนส์ 2-2 ซึ่งก่อนหน้านี้ ลูเซียง ฟาฟร์ กุนซือ ของ นีซ  เพิ่งดร็อปเขาให้เป็นตัวสำรองในนัดพบกับแซงต์ เอเตียน ล่าสุด เนื่องจากไม่พอใจที่เขาไม่ชอบลงมาช่วยเกมรับ
ไม่เพียงแค่ กุนซือของทีมที่มีความเห็นเช่นนี้ อีสเซลิค เพื่อนร่วมทีมของเกรียนโอ้ ก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน
"ผมคิดว่าเขาดูเหมือนไม่อยากลงเล่นกับเรา น่าผิดหวังจริงๆ เราสมควรได้ใช้ความสามารถของเขาในเกมเช่นนี้"

ต่างดาว ซวย”บิดัล”ปิดฤดูกาลก่อนเพื่อน

อเล็กซ์ บิดัล แบ็คขวาของ เจ้าบุญทีม ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงในเกมบุกคว้าชัย อลาเบส

บิดัล กองหลังชาวกระทิงดุ ของ เจ้าบุญทีม ข้อเท้าหักหลังจังหวะประทะกับผู้เล่นของ อลาเบส

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดช่วงท้ายเกมในนัดบาร์เซโลนาบุกคว้าชัย ด้วยสกอร์ 6-0 ในจังหวะที่แบ็ควัย 27 ปี พุ่งเข้าเสียบบอลปะทะกับ ธีโอ เอร์นานเดซ ส่งผลให้ขั้นข้อเท้าหัก บิดงอ อย่างเห็นได้ชัดเจน

ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่เขาต้องจบฤดูกาลนี้ เนื่องจากต้องพักรักษาตัวระยะยาวอย่างแน่นอน

รถด่วน เผยรู้สึกดีใจหลังได้รับการขยายสัญญา

อันโตนิโอ วาเลนเซีย แบ็คขวาของ ปีศาจแดง เผยยังมีความสุขมากหลังได้ต่อสัญญากับต้นสังกัด

นักเตะทีมชาติเอกวาดอร์ ได้รับการต่อสัญญาออกไปอีก 1 ปี กับปีศาจแดงโดยเขายอมรับว่าเขารู้สึกดีใจเป็นอย่างมากหลังได้รับคำชมจาก โชเซ่ มูริญโญ่ กุนซือคนเก่งของทีม ว่าเป็นหนึ่งในฟูลแบ็คที่ดีที่สุดในโลก และวาเลนเซีย  ยังหวังที่จะอยู่กับปีศาจแดงต่อไปให้มากสุดเท่าที่จะทำได้ อาจจะอีก 5-6 ปีหลังจากนี้

"ผมเพิ่งต่อสัญญาใหม่ ผมรักสโมสรและเมืองนี้มาก ครอบครับผมก็ชอบอยู่ที่นี่ ผมอยากอยู่ที่นี่ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ อาจจะ 5 หรือ 6 ปี"